หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ประวัติ วัดลาดหญ้าแพรก ตำบลสระกะเทียม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม


ประวัติวัดลาดหญ้าแพรก
ที่ตั้งวัดในปัจจุบัน
เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่105หมู่ 2    ถนนเพชรเกษม ตำบลสระกะเทียม   อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พื้นที่ 25 ไร่ 1 งาน 46 ตารางวา ตามหนังสือโฉนดเลขที่ 95730 มีอาณาเขตดังนี้ คือ
ทิศเหนือ  จรด ทางสาธารณประโยชน์
ทิศใต้  จรดคลองสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันออก  จรดทางสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตก  จรดทางสาธารณประโยชน์
ความเป็นมาแต่เดิม
                        วัดลาดหญ้าแพรก ได้รับการถวายที่ดินจาก พระอธิการคำ ตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ และได้รับถวายจากนางจันทรา เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๘ รวมเนื้อที่ได้ ๑๙ ไร่ ๒งาน ๗๕ ตารางวา
เป็นที่สร้างวัด ซึ่งยุคต้นเป็นเพียงหนังสือการจับจองที่ดิน ยังไม่มีการออกโฉนดที่ดิน กระทั่งมาในสมัยหลวงพ่อพระอธิการโป๊ะ มหาธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส ทางกรมที่ดิน จึงออกหนังสือการครอบครองที่ดิน เรียกว่าใบ ส.ค.๑ เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๘ ขณะนั้นหลวงพ่อโป๊ะ อายุได้๖๒ ปี (เทียบจากเหรียญฉลองอายุ๗๗ปี๒๕๑๓ของหลวงพ่อ)
                        จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน สมัยก่อนหมู่ลาดหญ้าแพรกไม่มีวัด เมื่อต้องการจะทำบุญใส่บาตร ต้องเดินทางไปที่วัดหนองเสือ ตำบลหนองดินแดง ห่างจากหมู่บ้านลาดหญ้าแพรกถึง ๕ กิโลเมตร โดยประมาณ จึงไม่ค่อยได้รับความสะดวกเท่าใดในการสร้างบุญกุศล  ในกาลต่อมาได้มีพระถือธุดงค์วัตรรูปหนึ่งแสวงบุญผ่านมา ชาวบ้านทั้งเจ้าของที่ดินจึงกราบอาราธนาให้ท่านรับถวายที่ดิน เพื่อสร้างวัดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเริ่มแรกชาวบ้านต่างขวนขวายมาช่วยกิจการงานวัดต่างๆเช่น การสร้างเสนาสนะกุฏิพระสงฆ์สามเณร ศาลา และยังพร้อมใจกันสร้างพระประธานประจำวัดที่เรียกชื่อท่านกันว่าหลวงพ่อพระใหญ่ ตามสำเนียงภาษาลาว ที่ชาวบ้านใช้เป็นภาษาท้องถิ่นนี้ แต่ได้เปลี่ยนมาเรียกนามท่านใหม่เป็นหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ ภายหลัง ซึ่งมีการบูรณะหลายครั้ง
แต่ก็ยังสืบหาประวัติการสร้างที่แท้จริงยังไม่ได้เนื่องด้วย วัดลาดหญ้าแพรก เคยเป็นวัดร้างมาระยะหนึ่งที่ไม่มีพระจำวัดเลยทำให้ข้อมูลบันทึกที่เป็นเอกสารของวัดได้มาเป็นบางส่วนไม่ได้ทั้งหมด  และทั้งนี้การสืบค้นหาประวัติการสร้าง อุโบสถ นั้นก็ไม่สามารถสืบค้นได้ ว่าได้รับการพระราชทานวิสุงคามสีมา ตั้งแต่เมื่อใด ได้ค้นเอกสารจากกรมศาสนาพบเพียง ได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ เท่านั้นไม่มีข้อมูลอื่นๆเลย 
 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น